ทุเรียนลูกละ 100 บาท ถอดบทเรียนแคมเปญไลฟ์ที่คนดูทะลุ 8 แสน

ทุเรียนลูกละ 100 บาท ถอดบทเรียนแคมเปญไลฟ์ที่คนดูทะลุ 8 แสน

ทุเรียนหมอนทองที่ปกติขายกันลูกละหลักร้อยปลาย ๆ ถูกประกาศขายในราคา ลูกละ 100 บาท ผ่านไลฟ์สดของพิมรี่พาย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยมีเป้าหมายระบายผลผลิตให้ได้ถึง 1 ล้านลูก แคมเปญนี้กลายเป็นทั้งปรากฏการณ์ Live Commerce และกรณีศึกษา PR ที่ถูกพูดถึงทั้งประเทศภายในไม่กี่ชั่วโมง

ข้อมูลสำคัญของแคมเปญ

วันที่ไลฟ์
28 เมษายน 2569
ผู้ร่วมแคมเปญ
พิมรี่พาย ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ราคาที่ประกาศ
ทุเรียนลูกละ 100 บาท (ราคาปกติราว 600–700 บาทต่อลูก)
เป้าหมาย
ระบายทุเรียนให้ได้ 1,000,000 ลูก
ยอดผู้ชมสูงสุด
ทะลุ 800,000 คนพร้อมกัน
ยอดเอนเกจเมนต์
4,011,821 ครั้ง ในช่วงวันที่ 26–28 เมษายน 2569
ประเภทงาน PR
Live Commerce PR ผสม Public Affairs

ที่มาของแคมเปญ

ต้นเรื่องมาจากปัญหาที่เกษตรกรสวนทุเรียนเจอในฤดูกาลนั้น คือผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมากจนล้นตลาด เมื่อของล้น ราคาก็ตก และคนที่รับแรงกระแทกหนักที่สุดคือชาวสวนที่ลงทุนไปแล้วทั้งปี

โจทย์จึงไม่ใช่แค่ “ขายของให้ได้” แต่คือ ทำอย่างไรให้ผลผลิตเคลื่อนออกจากสวนได้เร็วที่สุด กระทรวงพาณิชย์เลือกใช้วิธีที่ต่างจากการรับซื้อแบบเดิม ด้วยการดึงผู้ขายออนไลน์ที่มีฐานผู้ชมขนาดใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของประเทศเข้ามาเป็นช่องทางระบายสินค้า พร้อมจับมือกับแพลตฟอร์มอย่าง TikTok เพื่อขยายตลาดผลไม้ไทย

เส้นทางจากสวนเกษตรกร ผ่านไลฟ์ขายตรง ถึงมือผู้ซื้อ
แผนภาพประกอบ: แคมเปญตัดขั้นตอนกลางออก ให้ผลผลิตจากสวนถึงมือผู้ซื้อโดยตรง

ทำไมแคมเปญนี้ถึงดังภายในวันเดียว

ถ้ามองด้วยสายตาคนทำ PR แคมเปญนี้มีองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างพอดี

  • ตัวเลขเดียวที่จำได้ทันที — “ลูกละ 100 บาท” สั้นพอที่คนจะเล่าต่อได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม และเทียบกับราคาปกติแล้วเห็นส่วนต่างชัดจนต้องหยุดดู
  • ความชอบธรรมจากภาครัฐ — การที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมสื่อสารด้วยตัวเอง เปลี่ยนสถานะของไลฟ์จาก “การขายของ” เป็น “วาระของประเทศ” ซึ่งทำให้สื่อกระแสหลักรายงานต่อโดยอัตโนมัติ
  • ผู้เล่าที่มีฐานผู้ชมพร้อมอยู่แล้ว — ไม่ต้องสร้างการรับรู้จากศูนย์ เพราะผู้ชมหลักแสนคนพร้อมเข้ามาดูอยู่แล้วทุกครั้งที่เปิดไลฟ์
  • เส้นตายในตัวเอง — ของมีจำนวนจำกัดและไลฟ์มีเวลาจำกัด ความเร่งด่วนจึงเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องประกาศ
  • ประเด็นที่คนอยากมีส่วนร่วม — การซื้อครั้งนี้ถูกวางให้เท่ากับการช่วยเกษตรกร ผู้ซื้อจึงได้ทั้งของถูกและความรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่ดี
ยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุ 800,000 คน ราคาโปรโมชัน ไม่ใช่การกดราคารับซื้อ

ลำดับเหตุการณ์

  • 26–27 เมษายน 2569เริ่มปล่อยคอนเทนต์โปรโมตแคมเปญร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระแสการพูดถึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก่อนวันไลฟ์จริง
  • 28 เมษายน 2569ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ตั้งเป้า 1 ล้านลูก ยอดผู้ชมพร้อมกันขึ้นไปสูงสุดทะลุ 800,000 คน
  • ระหว่างไลฟ์มีการขายสินค้าอื่นควบคู่ไปด้วย รวมถึงปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เพื่อตอบข้อสงสัยว่าจะช่วยชาวสวนในด้านอื่นอย่างไร
  • หลังไลฟ์เกิดข้อถกเถียงเรื่องราคา กระทรวงพาณิชย์ออกมาชี้แจงว่าเป็นการตั้งราคาจัดโปรโมชันเพื่อเร่งการระบายผลผลิต ไม่ใช่การกดราคารับซื้อจากเกษตรกร

เสียงวิจารณ์และการชี้แจง

เมื่อแคมเปญใหญ่ขึ้น คำถามก็ตามมา ประเด็นหลักที่ถูกตั้งคำถามคือ ราคา 100 บาทต่อลูกจะกระทบราคาตลาดของเกษตรกรหรือไม่ และผู้ซื้อจะได้ของตรงตามที่โฆษณาจริงหรือเปล่า

กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่า ราคาลูกละ 100 บาท เป็นการตั้งราคาจัดโปรโมชันเพื่อเร่งยอดขายและการระบายผลผลิต ไม่ใช่ราคาที่ไปกดซื้อจากเกษตรกร

สรุปจากการชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ เมษายน 2569

บทเรียนสำคัญตรงนี้คือ แคมเปญที่แรงพอจะขึ้นข่าวได้ ก็แรงพอจะถูกตรวจสอบได้เช่นกัน ทีมที่เตรียมคำตอบสำหรับคำถามยาก ๆ ไว้ล่วงหน้า และตอบด้วยข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว จะรักษาความน่าเชื่อถือไว้ได้ ในขณะที่ทีมที่เงียบมักปล่อยให้คนอื่นเขียนเรื่องราวแทน

บทเรียนที่นำไปใช้ต่อได้

ตั้งพาดหัวด้วยตัวเลข ไม่ใช่คำคุณศัพท์

“ลูกละ 100 บาท” ทำงานได้ดีกว่า “ราคาพิเศษสุดคุ้ม” หลายเท่า เพราะคนวัดผลได้ทันทีในหัวว่าถูกกว่าปกติเท่าไร

หาพันธมิตรที่เพิ่มความชอบธรรม

คนที่ยืนยันแทนเราได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ สื่อ หรือคนหน้างาน จะช่วยยกระดับแคมเปญจากเรื่องการค้าเป็นเรื่องส่วนรวม

วางแผนรับคำถามตั้งแต่ก่อนเริ่ม

ร่างคำตอบสำหรับคำถามที่แย่ที่สุดไว้ล่วงหน้า พร้อมข้อมูลรองรับ แล้วกำหนดว่าใครเป็นคนพูดและพูดผ่านช่องทางไหน

อย่าวัดผลแค่ยอดวิว

ยอดผู้ชม 800,000 คนคือ Reach ส่วนคำถามที่ต้องตอบต่อคือ ผลผลิตถูกระบายออกไปได้เท่าไร และทัศนคติของคนต่อแบรนด์เปลี่ยนไปอย่างไร

ที่มาข้อมูล: เรียบเรียงจากรายงานข่าวสาธารณะ ได้แก่ Thai PBS, ไทยรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ, MGR Online และ Marketing Oops!

ตัวเลขและรายละเอียดอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมภายหลัง แนะนำให้ตรวจสอบกับประกาศอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ซื้อสินค้าโปรโมชั่นเด็ด
Shopee