รายการทอล์กโชว์ดราม่ากับสังคมไทย ทำไมเราหยุดดูไม่ได้

รายการทอล์กโชว์ดราม่ากับสังคมไทย ทำไมเราหยุดดูไม่ได้

ทุกเช้าวันทำงาน คำค้นอย่าง "โหนกระแสวันนี้" หรือ "โหนกระแสล่าสุด" จะไต่อันดับเทรนด์เสมอเมื่อมีประเด็นร้อน สะท้อนว่ารายการทอล์กโชว์แนวสัมภาษณ์คู่กรณีดราม่ากลายเป็นสถาบันหนึ่งของสังคมไทยไปแล้ว บทความนี้ชวนมองปรากฏการณ์รายการแนวนี้อย่างรอบด้าน ทั้งเหตุผลที่คนดู คุณูปการ และข้อควรระวังในการเสพ

ทำไมคนไทยติดรายการสัมภาษณ์ดราม่า

เสน่ห์ของรายการแนวนี้คือการได้ฟัง "ปากคำจริง" จากคนในข่าวที่ปกติเราได้ยินแต่เรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในวงเคลียร์ใจ ได้เห็นสีหน้า น้ำเสียง และปฏิกิริยาสด ๆ ซึ่งคอนเทนต์แบบตัดต่อให้ไม่ได้ ยิ่งประเด็นไหนสังคมถกเถียงกันหนัก ตอนนั้นยิ่งมียอดดูสูง เพราะทุกคนอยากได้ข้อมูลไปประกอบการตัดสินของตัวเอง

คุณูปการที่ปฏิเสธไม่ได้

ในแง่บวก รายการแนวนี้หลายครั้งทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียกร้องความยุติธรรมให้คนตัวเล็ก เคสชาวบ้านถูกโกง ถูกเอาเปรียบ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อได้ออกรายการใหญ่ ปัญหาที่ค้างคามานานมักถูกหน่วยงานรับไปแก้ภายในไม่กี่วัน แรงกดดันจากสายตาผู้ชมนับล้านคือพลังที่ทำให้เรื่องเงียบกลายเป็นเรื่องด่วนได้จริง ซึ่งเป็นบทบาทเดียวกับที่พลังโซเชียลทำในเวอร์ชันของคนธรรมดา

อีกด้านที่ผู้ชมต้องรู้ทัน

ข้อวิจารณ์หลักคือรูปแบบรายการที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อาจทำให้ "การเล่าเรื่องเก่ง" สำคัญกว่าข้อเท็จจริง คู่กรณีฝ่ายที่พูดเก่งกว่ามักได้ใจผู้ชมไปก่อน ทั้งที่ความจริงอาจซับซ้อนกว่านั้น และการตัดสินคดีความบนหน้าจอแทนที่จะเป็นในกระบวนการยุติธรรม อาจสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อคู่กรณีทุกฝ่าย แบบที่เราเขียนไว้ในผลกระทบที่มองไม่เห็นของดราม่า

ดูอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ดูเพื่อรับฟังข้อมูลหลายด้าน ไม่ใช่เพื่อหาฝ่ายให้เชียร์ จำไว้ว่าสิ่งที่เห็นคือการเล่าเรื่องของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่คำพิพากษา ความจริงบางเรื่องต้องรอกระบวนการพิสูจน์ และระหว่างนั้นการไม่ร่วมรุมตัดสินใครบนโซเชียลคือมารยาทขั้นพื้นฐาน ใช้หลักเช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์กับทุกประเด็นที่ได้จากรายการ เท่านี้เราก็เป็นผู้ชมที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ โดยไม่เผลอไปทำร้ายใคร

อ่านต่อในโหนกระแส

ซื้อสินค้าโปรโมชั่นเด็ด
Shopee