ปลายเดือนกันยายน 2564 ขณะที่ประเทศไทยยังไม่ทันหายใจจากวิกฤตโควิด พายุเตี้ยนหมู่ก็เคลื่อนเข้ามาพร้อมฝนหนักต่อเนื่อง จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายสิบจังหวัดของภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน และภาคกลาง กลายเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของปีที่หลายพื้นที่เทียบกับมหาอุทกภัยในอดีต
เมื่อภัยพิบัติมาซ้อนโรคระบาด
อิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ทำให้พื้นที่กว่าสามสิบจังหวัดเผชิญน้ำท่วมในระลอกแรก และมวลน้ำก้อนใหญ่ยังไหลลงลุ่มเจ้าพระยาจนหลายจังหวัดภาคกลางท่วมยาวนานต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ประชาชนกว่าสองแสนครัวเรือนได้รับผลกระทบ มีรายงานผู้เสียชีวิตหลายราย พื้นที่การเกษตรเสียหายกว้างขวาง ขณะที่การอพยพและศูนย์พักพิงต้องออกแบบใหม่ให้ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อโควิดไปพร้อมกัน
บทเรียนการรับมือภัยซ้อนภัย
อุทกภัยปี 2564 สอนว่าการเตือนภัยล่วงหน้าที่แม่นยำและการสื่อสารถึงชุมชนอย่างรวดเร็วช่วยลดความสูญเสียได้มาก และแผนรับมือภัยพิบัติต้องคิดเผื่อสถานการณ์ซ้อน เช่น โรคระบาด ไว้เสมอ ภาพอาสาสมัครพายเรือส่งข้าวส่งยา และครัวกลางที่ตั้งขึ้นทั่วประเทศ ยืนยันอีกครั้งว่าในทุกวิกฤต น้ำใจคนไทยยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยพากันผ่านไปได้
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่สื่อมวลชนรายงานต่อสาธารณะ เพื่อบันทึกปรากฏการณ์ทางสังคม ผู้ถูกกล่าวหาในทุกคดีย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านต่อในโหนกระแส
- ที่สุดของปี 2564 - ย้อนเทปโหนกระแส 2564 คดีพลิก เมื่อลุงพลตกเป็นผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่
- ที่สุดของปี 2564 - ย้อนเทปโหนกระแส 2564 แม่น้ำหนึ่งเปิดใจ ปรากฏการณ์ใบ้เลขที่ดังที่สุดของยุค
- ไทม์ไลน์เทปดังโหนกระแส 2563-2569 เหตุการณ์ที่คนไทยไม่ลืม
