ตลอดปี 2563 "ลุงพล" คือปรากฏการณ์ที่สื่อไทยไม่เคยเจอมาก่อน ชายจากบ้านกกกอกที่เริ่มต้นในฐานะผู้ถูกตั้งข้อสงสัยในคดีน้องชมพู่ กลับกลายเป็นคนดังที่มีแฟนคลับ มีสื่อไปตั้งกล้องถ่ายชีวิตประจำวัน มีงานจ้างเข้ามาไม่ขาดสาย จนกระทั่งต้นเดือนมิถุนายน 2564 ทุกอย่างพลิกกลับในวันเดียว เมื่อตำรวจแจ้งข้อหาลุงพลในคดีการเสียชีวิตของหลานสาววัย 3 ขวบ
วันที่กระแสเปลี่ยนทิศ
ข่าวการแจ้งข้อหาทำให้โหนกระแสกลายเป็นสนามถกคดีที่เข้มข้นที่สุดของปี ทนายความและตัวแทนของแต่ละฝ่ายผลัดกันมาแจกแจงหลักฐาน ทั้งประเด็นเส้นทางเวลา พยานแวดล้อม และหลักนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่สังคมแตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเชื่อมั่นในแนวทางสืบสวนของตำรวจ อีกฝั่งยืนยันความบริสุทธิ์ของลุงพล บรรยากาศแบบนี้เองที่ทำให้เทปคดีน้องชมพู่ในช่วงนั้นถูกพูดถึงทุกวันจนแทบเป็นซีรีส์ภาคต่อของทั้งประเทศ
กระแสสร้างคนได้ ก็พาคนลงได้
เส้นทางของลุงพลคือกรณีศึกษาที่ตรงที่สุดของคำว่าโหนกระแส จากคนธรรมดาสู่คนดังด้วยแรงเชียร์ของโซเชียล และจากคนดังสู่จำเลยของสังคมด้วยแรงเดียวกันที่กลับทิศ งานจ้างที่เคยล้นมือหายไป ยูทูบเบอร์ที่เคยปักหลักหน้าบ้านทยอยถอนกล้อง เหลือเพียงคดีความที่ต้องสู้กันในศาลจริง ๆ ซึ่งปลายปี 2566 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก 20 ปี และคดียังเดินหน้าต่อในศาลชั้นที่สูงขึ้น
สิ่งที่คนดูควรได้จากคดีนี้
บทเรียนของเทปชุดนี้ไม่ใช่การชี้ว่าใครผิดใครถูก เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของศาล แต่คือการเตือนว่าความนิยมบนโซเชียลไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความจริง และการรุมตัดสินใครล่วงหน้าอาจกลายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทของคนโพสต์เองได้ง่าย ๆ ยิ่งคดีดังเท่าไร ยิ่งต้องดูอย่างมีสติเท่านั้น
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่สื่อมวลชนรายงานต่อสาธารณะ เพื่อบันทึกปรากฏการณ์ทางสังคม ผู้ถูกกล่าวหาในทุกคดีย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านต่อในโหนกระแส
- ย้อนเทปโหนกระแส 2563 คดีน้องชมพู่ บ้านกกกอก จุดกำเนิดปรากฏการณ์ลุงพล
- ดราม่าคนดังกับผลกระทบที่มองไม่เห็น
- รู้ทันข่าวดราม่า เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์
