ต้นเดือนกันยายน 2564 ช่วงที่คนไทยยังต้องอยู่บ้านเพราะโควิด ไลฟ์ธรรมะของพระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ เมื่อมีผู้ชมสดพร้อมกันนับแสนคนและยอดชมย้อนหลังหลายล้านครั้ง ธรรมะที่เล่าด้วยอารมณ์ขันทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาฟังเทศน์เป็นครั้งแรกในชีวิต
ธรรมะฉบับเข้าถึงง่ายที่แหกทุกความคาดหมาย
คืนวันที่ 3 กันยายน 2564 ไลฟ์ร่วมของพระนักเทศน์ทั้งสองรูปมีผู้ชมสดสูงถึงหลักแสน และแฮชแท็กชื่อของทั้งคู่ขึ้นอันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ สไตล์การเทศน์ที่สนุก มีมุกตลก และตอบคำถามวัยรุ่นแบบตรงไปตรงมา ทำให้คำว่า พส. กลายเป็นคำฮิตประจำปี แต่ความโด่งดังก็มาพร้อมเสียงวิจารณ์เรื่องความเหมาะสมของกิริยาบนไลฟ์ จนทั้งสองรูปประกาศปรับรูปแบบให้เรียบร้อยขึ้นในเวลาต่อมา
ศาสนากับโลกดิจิทัลต้องเจอกันตรงไหน
ปรากฏการณ์นี้เปิดบทสนทนาใหญ่ว่าศาสนาควรปรับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่อย่างไรโดยไม่ทิ้งแก่นคำสอน หลายวัดเริ่มทดลองสื่อสารธรรมะผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นหลังเห็นพลังของไลฟ์ครั้งนั้น ปลายปี 2564 พระมหาไพรวัลย์ตัดสินใจลาสิกขาและมาเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตในรายการโหนกระแส ซึ่งตอกย้ำว่าคำถามเรื่องศรัทธา กาลเทศะ และการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องที่สังคมไทยยังต้องคุยกันต่อ
อ่านต่อในโหนกระแส
- ที่สุดของปี 2564 - ย้อนเทปโหนกระแส 2564 คดีพลิก เมื่อลุงพลตกเป็นผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่
- ที่สุดของปี 2564 - ย้อนเทปโหนกระแส 2564 แม่น้ำหนึ่งเปิดใจ ปรากฏการณ์ใบ้เลขที่ดังที่สุดของยุค
- ไทม์ไลน์เทปดังโหนกระแส 2563-2569 เหตุการณ์ที่คนไทยไม่ลืม
