เดือนมีนาคม 2568 วงการบันเทิงสะเทือนเมื่อนักธุรกิจหญิงชื่อดังออกรายการโหนกระแส เล่าเรื่องการให้ ดิว อริสรา นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ยืมกระเป๋า นาฬิกา และเครื่องประดับหรูรวมมูลค่าหลายสิบล้านบาทแล้วไม่ได้คืนตามนัด บางชิ้นยังถูกนำไปจำนำต่อจนเกิดผู้เสียหายรายอื่นตามมา
จากคำว่ายืม สู่การแจ้งความฉ้อโกง
ระหว่างการออกอากาศ ดิวโทรศัพท์เข้ามาชี้แจงในรายการและยอมรับว่าใช้เงินเกินตัว พร้อมขอโทษผู้เสียหายและเสนอทยอยชดใช้ ต่อมาบริษัทรับจำนำและผู้เกี่ยวข้องหลายรายเข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกง ทั้งกรณีสร้อยแบรนด์หรูที่ถูกกล่าวหาว่านำของผู้อื่นไปขายฝาก ทนายความของทั้งสองฝ่ายเจรจาเรื่องการคืนทรัพย์สินและการรับสภาพหนี้เป็นระยะ ขณะที่คดีความทยอยเข้าสู่ชั้นศาลในช่วงกลางปี 2568
บทเรียนราคาแพงของไลฟ์สไตล์เกินตัว
คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิต่อสู้ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สังคมถกเถียงกันกว้างขวางคือแรงกดดันของโลกโซเชียลที่ผลักให้คนดังต้องรักษาภาพความหรูหราไว้ตลอดเวลา บทเรียนสำคัญคือความน่าเชื่อถือที่สร้างมาหลายปีอาจหายไปในไม่กี่วันหากการเงินพัง และการยืมทรัพย์สินมูลค่าสูงควรมีสัญญาชัดเจนแม้จะเป็นคนสนิทก็ตาม
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่สื่อมวลชนรายงานต่อสาธารณะ เพื่อบันทึกปรากฏการณ์ทางสังคม ผู้ถูกกล่าวหาในทุกคดีย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านต่อในโหนกระแส
- ที่สุดของปี 2568 - ย้อนเทปโหนกระแส 2568 แผ่นดินไหวและตึก สตง. ถล่ม โศกนาฏกรรมกลางกรุง
- ที่สุดของปี 2568 - ย้อนเทปโหนกระแส 2568 กรณีสีกากอล์ฟ แรงสั่นสะเทือนวงการผ้าเหลือง
- ไทม์ไลน์เทปดังโหนกระแส 2563-2569 เหตุการณ์ที่คนไทยไม่ลืม
