ต้นปี 2566 โซเชียลไทยแตกตื่นกับข่าวผู้ใช้มือถือรายหนึ่งพบว่าเงินในบัญชีหายไป จนเกิดข่าวลือว่าต้นเหตุคือสายชาร์จดูดเงิน ความกลัวลามเร็วมากจนหลายคนไม่กล้าใช้สายชาร์จของคนอื่น ก่อนที่การตรวจสอบจะพบว่าเรื่องจริงซับซ้อนกว่านั้น
จากข่าวลือสู่ข้อเท็จจริง
ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทยตรวจสอบกรณีที่เป็นข่าว แล้วชี้แจงว่าเงินไม่ได้หายเพราะสายชาร์จ แต่ผู้เสียหายถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมที่แฝงมัลแวร์ไว้ เมื่อติดตั้งแล้วมิจฉาชีพสามารถควบคุมเครื่องจากระยะไกลและสั่งโอนเงินออกได้ ตำรวจไซเบอร์จึงออกมาแนะวิธีตรวจสอบเครื่องว่ามีแอปควบคุมระยะไกลแอบแฝงหรือไม่ เรื่องนี้กลายเป็นวาระใหญ่ที่สื่อทุกสำนักและรายการข่าวดังพากันเกาะติดตลอดหลายสัปดาห์
บทเรียนความปลอดภัยดิจิทัล
กระแสนี้สอนคนไทยสองเรื่องพร้อมกัน คือข่าวลือที่ฟังดูน่ากลัวอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด และภัยไซเบอร์ของจริงมักมาทางลิงก์กับแอปที่เราเผลอกดติดตั้งเอง หลังจากนั้นธนาคารหลายแห่งเริ่มบล็อกการทำธุรกรรมเมื่อพบแอปควบคุมเครื่องทำงานอยู่ ส่วนประชาชนก็ตื่นตัวเรื่องการโหลดแอปจากแหล่งทางการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่สื่อมวลชนรายงานต่อสาธารณะ เพื่อบันทึกปรากฏการณ์ทางสังคม ผู้ถูกกล่าวหาในทุกคดีย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านต่อในโหนกระแส
- ที่สุดของปี 2566 - ย้อนเทปโหนกระแส 2566 คดีแอม ไซยาไนด์ คดีสะเทือนขวัญแห่งทศวรรษ
- ที่สุดของปี 2566 - ย้อนเทปโหนกระแส 2566 คดีกำนันนก เสียงปืนในงานเลี้ยงที่สะเทือนวงการตำรวจ
- ไทม์ไลน์เทปดังโหนกระแส 2563-2569 เหตุการณ์ที่คนไทยไม่ลืม
